|
|
|||
![]() |
|
||
|
|
|||
|
คณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่วุฒิสภา รายงานฉบับย่อเรื่อง การสร้างความเข้มแข็งองค์กรปกครองท้องถิ่น โดย นายสมพงษ์ พัดปุย และคณะ ที่ปรึกษาประจำ คณะกรรมาธิการ การมีส่วนร่วมของประชาชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
บทสรุป ข้อเสนอแนะ และบทที่ ๑
บทสรุปและข้อเสนอแนะ
องค์กรปกครองท้องถิ่นของไทย
ที่เก่าที่สุดคือเทศบาลได้ถูกตั้งขึ้น เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๗๗ โดย
สภาผู้แทนราษฎรออก
พระราชบัญญัติเทศบาล
ใน พ.ศ.๒๔๗๗
อุปสรรคในการพัฒนาองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ได้แก่
ส่วนกลางยังไม่จริงจังที่จะกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น
หน่วยราชการกลางยังลังเลที่จะถ่ายโอนงานให้
ท่ามกลางข้อจำกัด อปท.ได้
ช่วยตัวเองอย่างเต็มที่ในการสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ อปท.ได้เรียนรู้จากการทำงาน
การผลักดันงานข้ามพ้นอุปสรรค
สถานการณ์ปัจจุบัน
อยู่ในช่วงที่ฟื้นประชาธิปไตยที่สะดุดหกล้ม
แม้จะมีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐
มีรัฐบาลใหม่ซึ่งนำโดยพรรคพลังประชาชน
ประสบการณ์ ๘
ปีของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนับแต่เริ่มแผนกระจายอำนาจฯ ปี ๒๕๔๒ พบว่า
การกระจายอำนาจเป็นไปอย่างล่าช้า และ
อปท.ยังไม่เข้มแข็ง
สรุปว่า ปัญหา อปท. เป็นปัญหาโครงสร้าง
แนวทางสร้างความเข้มแข็ง อปท. ควรทำเป็น
กระบวนการทางยุทธศาสตร์
โดยยึดถือรัฐธรรมนูญ ประเด็นเชิงโครงสร้างที่ควรจะได้รับการปรับปรุงแก้ไขได้แก่
๑) รูปแบบ
: ควรทบทวนใหม่ว่าจะยุบ อบต.
ยกฐานะเป็นเทศบาลหรือไม่ เพราะภารกิจ อปท. มีความใกล้เคียงกัน
แต่มีรูปต่างกันมากเกินไป เพราะ
เกิดความเหลื่อมล้ำกัน
๒) ขนาด
: ขนาดของ อปท. หมายถึงจำนวนประชากรในพื้นที่
อปท.ที่มีขนาดเล็กก็จะได้จัดสรรงบประมาณน้อย
ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายการบริหาร ถ้ามีขนาดใหญ่เกินไป
๓) อำนาจหน้าที่
:
การจัดสรรอำนาจหน้าที่ระหว่าง
ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และ ท้องถิ่น ยังไม่เหมาะสม ส่วนกลางมัก ลงลึก
ทำงานซ้ำซ้อนกับท้องถิ่น เสนอให้แก้ไขบูรณาการกฎหมายที่มีผลกระทบต่อท้องถิ่น พร้อมแบ่งภาระหน้าที่ให้สอดคล้องไม่ทับซ้อนอำนาจหน้าที่กัน เพื่อเป็นการส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
๔) การกำกับดูแล
:
เป็นปัญหารายวันที่กระทบความเป็นอิสระของท้องถิ่น เช่น
ให้อำนาจนายอำเภอเป็นผู้อนุมัติแผน อบต.และเทศบาลตำบล
เป็นการขัดรัฐธรรมนูญ
๕) งานบุคคล
: ระบบการบริหารงานบุคคล
ทั้งระดับจังหวัดและส่วนกลาง
มีแนวโน้มจะกลับไปยึดถือแนวทางปฎิบัติของระบบราชการกระทรวงมหาดไทย
ควรทบทวนระบบงานบุคคล อปท. ใหม่ ให้
อปท.มีความคล่องตัวในการสรรหาบุคลากร
มีความเป็นอิสระในการกำหนดตำแหน่งอัตราใน อปท. โดยคำนึงถึง
๖) หน่วยงานสังกัด อปท.
:
อปท.เป็นองค์กรบริการประชาชน ควรมีการบริหารแบบจัดการ
มีภารกิจสนองความต้องการของประชาชน ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลาย
การแก้ที่รากฐานคือ ควรการย้ายสังกัด
อปท.ให้พ้นจากกระทรวงมหาดไทย โดยยกระดับเป็นคณะกรรมการอำนวยการท้องถิ่นระดับชาติ
มีหน้าที่กำกับนโยบาย ๗)รายได้ อปท. : นอกจากปัญหา อปท.ได้รับเงินจัดสรรจากรัฐบาลไม่พอเพียงแล้ว ยังมีปัญหาความไม่เท่าเทียมกันระหว่าง อปท.แต่ละประเภท
๘) ใช้ พรบ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.๒๕๕๑
ส่งเสริมบทบาทภาคประชาชนและประชาสังคมในพื้นที่ ให้มีส่วนร่วมกับ
อปท.เพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน
การส่งเสริมความเข้มแข็งให้ อปท. ก็คือ จะต้องยืนยัน
เจตนารมณ์ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ที่ให้อำนาจ อปท.และให้มีการกระจายอำนาจ
เรื่องสำคัญที่ควรจะทำก็คือ
อปท.เอง จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
มองท้องถิ่นในมิติของยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนายังยืน
เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม ปรับปรุงองค์กรให้เข้ามาสู่มาตรฐาน
บทที่ ๑ พัฒนาการ และสถานภาพปัจจุบันของชุมชนท้องถิ่น
วิวัฒนาการของชุมชนท้องถิ่น
รูปแบบการปกครองหมู่บ้าน และ ท้องถิ่น และแนวทางการพัฒนาในชนบท
เป็นผลมาจากสถานการณ์ทางการเมือง และการจัดระเบียบการเมืองการปกครองของไทย
สภาพเป็นจริงของชุมชนปัจจุบัน
ศาสตราจารย์ เสน่ห์ จามริก
ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ภาพของชุมชนท้องถิ่นในบริบทโลกโลกาภิวัฒน์ว่า
ท้องถิ่น มีคน และ 1) เขตปกครองที่กำหนดขึ้นขัดกับความเป็นจริงไม่ส่งเสริมให้เกิดการดูแลอนุรักษ์ทรัพยากร เช่น แหล่งน้ำครอบคลุมหลายเขตปกครอง
2) ในท้องถิ่นมีทรัพยากรที่มีคุณค่า คือ
ความหลากหลายทางชีวภาพ
ในโลกนี้มีพื้นดินแก่ร้อยละ 7 แต่เป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตร้อยละ 60
ของทั้งโลก คุณค่าของสิ่งมีชีวิต 3) ในท้องถิ่นมีชุมชนเล็กชุมชนน้อย ซึ่งก็คือ แหล่งภูมิปัญญา คือศักยภาพของท้องถิ่นที่เป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน
นายยุทธศิลป์ ป้านภูมิ
นายก อบต.ท่าช้างคล้อง จังหวัดเลย
สรุปถึงผลที่เกิดขึ้นต่อชุมชนในการพัฒนาสมัยใหม่ ว่า ระบบทุนนิยมเปลี่ยน
แต่ วิถีชาวบ้านยังคงเดิม ยังไม่เห็น จุดเปลี่ยน ที่ชุมชนจะพึ่งตนเองได้ ต้องการกระบวนการสร้างชุมชนเข้มแข็ง
ในทางบวก พบว่า
ในระดับผู้นำชาวบ้านและชาวบ้าน มีความตื่นตัวและการเรียนรู้สูงมาก
แต่ก็มีความแตกต่างกันแบบสุดขั้วของกลุ่มที่รู้และกลุ่มที่ไม่รู้
กลุ่มที่เรียนรู้สูง
อุปสรรคที่สำคัญมาจากจุดอ่อนของระบบราชการ
หน่วยราชการส่วนกลาง ทุกหน่วยทำงาน แบบราชการ
ส่วนใหญ่ไม่ส่งเสริมให้ชุมชนได้พัฒนา
เช่น อบจ. รัฐช่วยเหลือท้องถิ่น ตามอัตภาพ คือ อุดหนุนโครงการตามระเบียบ ตามงบประมาณที่จำกัด ทำให้งานที่ชาวบ้านคิดไม่ต่อเนื่อง พัฒนาการขององค์กรปกครองท้องถิ่น
แปดปีนับแต่เริ่มกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในปี ๒๕๔๒
อปท.ได้มีพัฒนาการทางบวก คือ ได้เชื่อมโยงการเรียนรู้ นายก อบต.
มีแนวคิดที่สร้างสรรค์ เช่น ซื้อรถไถนาช่วย จุดอ่อน อปท.
สถานการณ์ปัจจุบัน ปัจจุบันประชาชนมีความตื่นตัวมากขึ้น
และรัฐส่วนกลางเข้มงวดกวดขันกับ อปท. ก็จะยิ่งเห็นจุดอ่อนของ อปท.
ภาพโดยรวมคือ คุณภาพของผู้บริหาร ผู้บริหาร อบต.ยังเป็น คนรุ่นเก่า อยู่มาก วิสัยทัศน์ไม่ไกล เป็นแบบราชการ ติดผลประโยชน์
ประสิทธิภาพขององค์กร - ปลัด อบต. ขาดการฝึกอบรม
หิ้วกระเป๋าเข้ามาทำงาน ฝึกงานกับกำนัน และ นายอำเภอ ปลัดกับ นายก อปท.
ไม่ไปทางเดียวกัน
ภาคการเมืองใหญ่ทำให้ อปท.เป๋ไปจากแนวทางพัฒนาที่วางไว้
พรรคร่วมรัฐบาบมุ่งผลักดันนโยบายตนเอง
มีการสั่งการจากส่วนกลางในซุ้มข้ามถนน การกำกับ คุมคุมโดยส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ยังไม่เหมาะสม กับดัก ขององค์กรปกครองท้องถิ่น
นายอาจหาญ ศิริพูล
อดีตนายกนครขอนแก่น และ นายกสันนิบาตเทศบาล
สรุปภาพรวมอุปสรรคในการพัฒนาของ อปท.ถูกกระแสต้านการกระจายอำนาจ กับดักที่หนึ่ง กับดักทางปกครอง เสนอว่า เพื่อการพัฒนาที่ก้าวหน้า ควรเปลี่ยนขบวนการปกครอง เป็นขบวนการทางสังคมเพื่อการพัฒนา
กับดักที่สอง กฎระเบียบต่างๆของท้องถิ่นยุ่งยาก
ในการนำไปปฎิบัติ เสนอให้สภาออกกฎหมายเทศบัญญัติท้องถิ่นที่สั้นๆ
เข้าใจง่าย จำง่าย ให้คนรู้ถึงสิทธิ์
กับดักที่สาม คือ เรื่องงบประมาณ
โดยใช้การประกวดแล้วให้รางวัล
การให้โบนัสจากการประเมินผลวัดประสิทธิภาพไม่ดูประสิทธิผล
การประเมินผลที่ได้ขาด กับดักที่สี่ คือ เรื่องทางสังคมและการศึกษา คือการเรียนแล้วไปทำงานที่อื่นไม่กลับมาพัฒนาท้องถิ่น ต่อยอดคนให้เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นแล้วนำมาทำอาชีพและพัฒนาท้องถิ่นได้ |
|||
|
|
สถาบันการพัฒนาพื้นฐาน องค์กรในการดูแลของ
มูลนิธิการพัฒนาพื้นฐาน 100/22 ซอยดำรงลัทธพิพัฒน์ , ถนนอาจณรงค์, เขตคลองเตย, กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์. (02) 671-6911 โทรสาร (02) 671-6910 E-mail: webmaster http://www.grassrootsthai.net สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2550 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
|