โครงการ 
“ท้องถิ่นร่วมร่างรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปการเมือง  พ.. 2550”

   

กลับไป หน้าหลักรายงานผลการดำเนินการ

รายงานประจำภาคกลาง

โครงการท้องถิ่นร่วมร่างรัฐธรรมนูญและปฎิรูปการเมือง 

มกราคม 2550 – กันยายน  2550

คณะกรรมการอำนายการส่งเสริมประชาชนร่วมร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร  สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

 

สภาพท้องถิ่นภาคกลาง

                ภาคกลางเป็นพื้นที่ราบลุ่ม เป็นแหล่งเพาะปลูกและการติดต่อค้าขายทางทะเล  เนื่องจากเป็นที่ตั้งของเมืองหลวง   ภาคกลาง จึงมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการปกครอง เป็นศูนย์การพานิช และ วัฒนธรรม   ด้วยความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ ภาคกลางจึงแบ่งได้เป็นสองส่วน  และมีสภาพปัญหาแตกต่างกัน   ได้แก่

ภาคกลางตอนบน

มีพื้นที่รวม 7  จังหวัด  (ชัยนาท   สิงห์บุรี   อ่างทอง   ลพบุรี   สระบุรี    พระนครศรีอยุธยา   สุพรรณบุรี )  เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าว โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นเลือดใหญ่สำคัญ  ปัญหาสำคัญได้แก่ การรุกเข้าของโรงงานอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัย ทำให้เกิดปัญหาขยะ มลพิษอุตสาหกรรม  และภัยธรรมชาติอันเกิดจากน้ำท่วม  ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ

 ภาคกลางตอนล่าง  

มีพื้นที่รวม  9  จังหวัด ( ปทุมธานี  นนทบุรี   นครปฐม  ราชบุรี   สมุทรสงคราม  สมุทรสาคร  เพชรบุรี  ราชบุรี   ประจวบคีรีขันธ์     )  เป็นพื้นที่เชื่อมโยงจากที่ราบลุ่มเจ้าพระยาสู่ปากอ่าวไทย  ศักยภาพของพื้นที่ได้แก่  เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าว   แหล่งท่องเที่ยวชายทะเล  ก๊าซธรรมชาติ  ป่าไม้ และ ความหลากหลายทางชีวภาพ      ปัญหาสำคัญได้แก่ การขยายตัวของอุตสาหกรรม  มีผลกระทบเป็นมลพิษต่อ แหล่งเพราะปลูก  ชายฝั่งทะเล   และปัญหาน้ำท่วม  

 

ก้าวต่อไป  :  สร้างประชาธิปไตยโดยประชาชน  ภาคกลาง

เอกสารนำเสนอในงานมหกรรมขับเคลื่อนประชาธิปไตย กทม.- ปริมณฑล

วันที่  27   ส.ค. 2550    ณ  โรงแรมแมกซ์   ถนนพระรามเก้า    กทม.

 

ความคืบหน้างานสถานการณ์

รัฐประหาร  19 กันยายน 2549  ทำให้ประชาชนตื่นตัวขนานใหญ่  ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาสรัฐบาลรักษาการณ์เปิดทางภาคประชาชน กำหนดนโยบาย ออกกฎหมายเพื่อการมีส่วนร่วม  วางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคม

รัฐบาลจัดตั้ง “คณะอำนวยการส่งเสริมการมีส่วนร่วมประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ” ส่งเสริม 45 เครือข่ายต่อถึงประชาชนระดมร่วมร่างรัฐธรรมนูญ เกิดภาคีใหม่ร่วมมือใกล้ชิด  เช่น   ภาคประชาสังคม    องค์กรปกครองท้องถิ่น     คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ประชาชนได้เรียนรู้ประชาธิปไตยไปอีกขั้น   ได้จัดตั้ง  คณะทำงานการมีส่วนร่วมระดับจังหวัดเพื่อความร่วมมือต่อเนื่อง 

ณ ปัจจุบันเข้าสู่บรรยากาศใหม่  นักการเมืองเตรียมตั้งพรรคใหม่  รณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ  

เข้าใจสถานะขบวนประชาธิปไตยปัจจุบัน

                บัดนี้มาถึงอีกขั้นหนึ่งของการพัฒนาประชาธิปไตย  จุดอ่อนของภาคประชาชน คือ  การติดอยู่ในระบบราชการและการเมืองแบบเก่า     ผู้นำทางความคิดยังจำกัดอยู่ในเทคนิคมีช่องว่างกับประชาชน   ผู้นำหลายคนมีจริยธรรมและจุดยืนเปลี่ยนไป

                พบจุดแข็งได้แก่ - ยังมีผู้นำดีเด่น   เกิดผู้นำใหม่  ประชาชนเรียนรู้ประชาธิปไตยที่จะเป็นอิสระและยึดประโยชน์ประชาชน  กลุ่มกิจกรรมเชื่อมร้อยเข้าด้วยกันผลักดันรัฐธรรมนูญ   ชุมชนกับองค์กรปกครองท้องถิ่นเริ่มเชื่อมต่อกัน

คาดสถานการณ์อนาคต

                หลังการเลือกตั้ง กระแสสนใจการเมืองก็จะรวมศูนย์เข้าสู่ส่วนกลาง  คือ รัฐบาล รัฐสภา  ข้อเสนอประชาชนจะถูกเลือนหาย   ประเด็นใหญ่ได้แก่  วิกฤตเศรษฐกิจ    ปัญหาสังคม/ยาเสพติด    การรุกรานยึดครองทรัพยากรสิ่งแวดล้อม 

ยุทธศาสตร์ก้าวต่อไป: ถอดดักแด้ประชาธิปไตย

           ความหมาย คือ  การยกระดับจากข้อเสนอ สู่การสร้างกลไกและขบวนการ

           แนวทาง -  สร้างยุทธศาสตร์ร่วมพลังประชาธิปไตย   ผลักดันให้รัฐมีนโยบายต่อเนื่อง   สถาปนากฎหมายและกลไกเพื่อให้ข้อเสนอประชาชนได้รับการตอบสนอง

 กิจกรรม • รณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ  

 • จัดตั้งกลุ่มกิจกรรมขับเคลื่อน 21 ประเด็นที่เสนอเข้ารัฐธรรมนูญ         

• จัดตั้งขบวนการอาสาสมัครพิทักษ์รัฐธรรมนูญ

                • จัดตั้งคณะกรรมการภาคประชาชนขับเคลื่อนประชาธิปไตย

 

 

กลับไป หน้าหลักรายงานผลการดำเนินการ