|
ส่วนที่ 4 การกำกับดูแลสภาตำบล
|
มาตรา 38
นายอำเภอมีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของสภาตำบลให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ
ข้อบังคับของทางราชการ
ในกรณีที่ปรากฏว่าการดำเนินการของสภาตำบลเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายก่อหรืออาจก่อให้เกิดความ
เสียหายแก่ทางราชการ หรือไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการ
นายอำเภอมีอำนาจยับยั้งการดำเนิน
การดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวได้และรายงานไปยัง
ผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อวินิจฉัย
ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่าการดำเนินการของสภาตำบลไม่ชอบด้วยกฎหมายก่อหรืออาจก่อให้เกิด
ความเสียหายแก่ทางราชการ หรือไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการ
ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งการ ให้สภาตำบลระงับการดำเนินการดังกล่าว
ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่าการดำเนินการของสภาตำบลเป็นไปโดยชอบแล้ว
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งเพิกถอนการยับยั้งของนายอำเภอ
แต่ถ้านายอำเภอไม่รายงานผู้ว่า
ราชการจังหวัดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ยับยั้ง
หรือผู้ว่าราชการจังหวัดไม่วินิจฉัยภายในสามสิบ
วันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง ให้การยับยั้งของนายอำเภอและอำนาจ
สั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น
อันสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว
มาตรา 39
หากปรากฏว่าสภาตำบลกระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือ สวัสดิภาพของประชาชน
หรือ ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่
ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจสั่งยุบสภาตำบลได้ตามคำเสนอ แนะของนายอำเภอ
และเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัด
สั่งยุบสภาตำบลแล้วให้สภาตำบลยังคงประกอบด้วยสมาชิกสภาตำบล
โดยตำแหน่งทั้งหมดจนกว่า
จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาตำบลซึ่งได้รับเลือกตั้งใหม่
ในกรณีที่การยุบสภาตำบลตามวรรคหนึ่งเป็นผลจากการกระทำของกำนัน ผู้ใหญ่
บ้าน หรือแพทย์ประจำตำบล ซึ่งเป็นสมาชิกสภาตำบลโดยตำแหน่ง
หรือบุคคลดังกล่าวได้ร่วมกระทำการด้วย
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้บุคคลดัง กล่าวออกจากตำแหน่งกำนัน
ผู้ใหญ่บ้าน หรือ แพทย์ประจำตำบล
แล้วแต่กรณีโดยให้ถือว่าเป็นการให้ออกจาก ตำแหน่งเพราะบกพร่องในทาง
ความประพฤติหรือความสามารถไม่เหมาะสมกับตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะ
ปกครอง ท้องที่
และถ้าสมาชิกสภาตำบลโดยตำแหน่งเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาตำบลโดย
ตำแหน่งทั้งหมด
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งบุคคลตามจำนวนที่เห็นสมควรเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่
กับสมาชิกสภาตำบลโดยตำแหน่งที่ เหลืออยู่จนกว่าจะมีการเลือกตั้งกำนัน
ผู้ใหญ่บ้าน หรือแพทย์ ประจำตำบลและสมาชิกสภาตำบลซึ่งได้รับเลือกตั้งใหม่
|
|
หมวด 2 องค์การบริหารส่วนตำบล
|
มาตรา 40
สภาตำบลที่มีรายได้โดยไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมาณที่ล่วงมา
ติดต่อกันสามปีเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า
ปีละหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทหรือตามเกณฑ์รายได้เฉลี่ยในวรรคสอง
อาจจัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลได้ โดยทำเป็น
ประกาศของกระทรวงมหาดไทยและให้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ในประกาศนั้นให้ระบุชื่อและเขตของ องค์การบริหารส่วนตำบลไว้ด้วย
การเปลี่ยนแปลงเกณฑ์รายได้เฉลี่ยของสภาตำบลตามวรรคหนึ่ง
ให้ทำเป็นประกาศของกระทรวงมหาดไทย และให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 41
สภาตำบลที่ได้จัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลตามมาตรา 40
ให้พ้นจากสภาพแห่งสภาตำบลนับ
แต่วันที่ได้ประกาศจัดตั้งขึ้นเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นต้นไป
บรรดางบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิ สิทธิเรียกร้อง หนี้ และเจ้าหน้าที่ของสภา
ตำบลตามวรรคหนึ่ง ให้โอนไปเป็นขององค์การบริหารส่วนตำบล
มาตรา 41 ทวิ
สภาตำบลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลอาจรวมกับองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีเขตติดต่อกัน
ภายในเขตอำเภอเดียวกันได้ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขต ตำบลนั้น
โดยให้นำมาตรา 40 และมาตรา 41 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 41 ตรี
สภาตำบลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลอาจรวมกับหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นที่มี
เขตติดต่อกันภายในเขตอำเภอเดียวกันได้ตามเจตนารมณ์ของ
ประชาชนในเขตตำบลนั้น โดยตราเป็น
พระราชกฤษฎีกาและให้กำหนดเขตใหม่ของหน่วย
การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นไว้ในพระราชกฤษฎีกาด้วย
ให้นำมาตรา 41 และมาตรา 42 วรรคสองและวรรคสามมาใช้บังคับกับการ
รวมตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม
มาตรา 41 จัตวา
องค์การบริหารส่วนตำบลใดมีจำนวนประชากรทั้งหมดไม่ถึง สองพันคน
ทั้งเป็นเหตุทำให้
ไม่สามารถที่จะดำเนินการบริหารงานพื้นที่นั้นให้มีประสิทธิภาพใน
ลักษณะขององค์การบริหารส่วนตำบลได้ให้
กระทรวงมหาดไทยประกาศยุบองค์การบริหารส่วน ตำบลดังกล่าว
โดยให้รวมพื้นที่เข้ากับองค์การบริหารส่วนตำบล
อื่นที่มีเขตติดต่อกันภายในเขต อำเภอเดียวกัน
หรือให้ตราพระราชกฤษฎีกายุบองค์การบริหารส่วนตำบลดังกล่าว โดยให้รวม
พื้นที่เข้ากับหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นที่มีเขตติดต่อกันภายในเขตอำเภอเดียวกันตาม
เจตนารมณ์ของประชาชนในเขตตำบลนั้น ทั้งนี้
ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่มีเหตุดังกล่าว
ให้นำมาตรา 41 และมาตรา 42 วรรคสองและวรรคสามมาใช้บังคับกับการยุบและ
รวมองค์การบริหารส่วน ตำบล
หรือการยุบและรวมองค์การบริหารส่วนตำบลกับหน่วยการบริหาร
ราชการส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม
(มาตรา 41 ทวิ มาตรา 41 ตรี และมาตรา 41 จัตวา เพิ่มเติมโดยมาตรา 6 ของ
พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การ บริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542)
มาตรา 42 ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการเทศบาล
อาจจัดตั้งองค์การ บริหารส่วนตำบลขึ้นเป็นเทศบาล
ได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
องค์การบริหารส่วนตำบลที่ได้จัดตั้งเป็นเทศบาลตามวรรคหนึ่ง
ให้พ้นจากสภาพแห่งองค์การบริหารส่วนตำบล
นับแต่วันที่ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้นเป็นเทศบาล เป็นต้นไป
บรรดางบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิ สิทธิเรียกร้อง หนี้ พนักงานส่วนตำบล และ
ลูกจ้างขององค์การบริหารส่วน ตำบลตามวรรคหนึ่ง
ให้โอนไปเป็นของเทศบาลที่จัดตั้งขึ้นนั้น
บรรดาข้อบังคับตำบลที่ได้ใช้บังคับในเรื่องใดอยู่ก่อนแล้ว
ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อ ไปเป็นการชั่วคราวจนกว่า
จะได้มีการตราเทศบัญญัติในเรื่องนั้นขึ้นใหม่
มาตรา 43
องค์การบริหารส่วนตำบลมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นราชการบริหาร
ส่วนท้องถิ่น
มาตรา 44
องค์การบริหารส่วนตำบลประกอบด้วยสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
และคณะกรรมการบริหาร องค์การบริหารส่วนตำบล |
เกี่ยวกับ พรบ อบต.
หน้า
1
หน้า
2 หน้า
3
หน้า
4
หน้า
5
รู้จักบทบาทหน้าที่ อบต.
อำนาจ อบต.
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง |
สำนักงานประสานงานวิชาการ มูลนิธิการพัฒนาพื้นฐาน
เลขที่ 100/22 ถ.อาจณรงค์ เขตคลองเตย กทม.10110
ติดต่อสอบถามทั่วไป มูลนิธิการพัฒนาพื้นฐาน
โทรศัพท์ (089)
689-5465
E-mail:
thaiinfo@yahoo.com