"เครือข่ายนวัตกรรม ชุมชนท้องถิ่น  เพื่อการพัฒนายั่งยืน  "Thailand Local Initiaitves"    

 สนับสนุนโดย มูลนิธิการพัฒนาพื้นฐาน

ส่วนที่ 1 สภาองค์การบริหารส่วนตำบล

     มาตรา 45 สภาองค์การบริหารส่วนตำบลประกอบด้วยสมาชิกสภาองค์การ บริหารส่วนตำบล จำนวนหมู่บ้านละสองคน ซึ่งเลือกตั้งขึ้นโดยราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละ หมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนั้น
ในการที่เขตองค์การบริหารส่วนตำบลใดมีเพียงหนึ่งหมู่บ้านให้สภาองค์การ บริหารส่วนตำบลนั้นประกอบด้วย สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลจำนวนหกคน และในกรณีที่เขตองค์การบริหารส่วนตำบลใดมีเพียงสองหมู่บ้าน ให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบลนั้นประกอบ ด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลจำนวนหมู่บ้านละสามคน
หลักเกณฑ์และวิธีการสมัครรับเลือกตั้งและการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภา ท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
อายุของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีกำหนดคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง
(ความเดิมในมาตรา 45 ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนแล้วโดยมาตรา 7 ของพ.ร.บ.สถาตำบลและองค์การบริหาร ส่วนตำบล(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542)
     มาตรา 46 สภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาตำบลเพื่อเป็นแนวทางในการบริหารกิจการของ องค์การบริหารส่วนตำบล
(2) พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับตำบล ร่างข้อบังคับงบประมาณ รายจ่ายประจำปี และร่างข้อบังคับงบ ประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม
(3) ควบคุมการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารให้เป็นไปตามนโยบายและ แผนพัฒนาตำบลตาม (1) และกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการ
     มาตรา 47 ให้นำบทบัญญัติมาตรา 8 มาตรา 13 มาตรา 14 และมาตรา 15 มาใช้บังคับกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล และการเลือกตั้งสมาชิก สภาองค์การบริหารส่วนตำบลด้วยโดยอนุโลม
     มาตรา 47 ทวิ ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ต้อง
(1) มีคุณสมบัติตามมาตรา 9 (1) และ (2)
(2) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 9 (3) (4) (5) (6) (7) (9) หรือ (10)
(3) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญากับองค์การบริหาร ส่วนตำบลที่ตนสมัครรับ เลือกตั้งหรือในกิจการที่กระทำให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลนั้น
(4) ไม่เคยถูกผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้ออกจากตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ แพทย์ประจำตำบล เว้นแต่จะ พ้นห้าปีนับแต่วันพ้นจากตำแหน่งจนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
(5) ไม่เคยถูกสภาตำบลมีมติให้พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาตำบล หรือไม่เคย ถูกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล มีมติให้พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล เว้นแต่จะพ้นห้าปีนับแต่วันพ้นจากตำแหน่งจนถึงวัน สมัครรับเลือกตั้ง
     มาตรา 47 ตรี สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสิ้นสุดลงเมื่อ
(1) ถึงคราวออกตามอายุของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหรือมีการยุบสภา องค์การบริหารส่วนตำบล
(2) ตาย
(3) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายอำเภอ ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าพ้นจาก ตำแหน่งนับแต่วันลาออก
(4) เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญากับองค์การบริหาร ส่วนตำบลที่ตนดำรงตำแหน่งหรือ ในกิจการที่กระทำให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลนั้น
(5) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 47 ทวิ
(6) มิได้อยู่ประจำในหมู่บ้านที่ได้รับเลือกตั้งเป็นระยะเวลาติดต่อกันเกินหกเดือน
(7) ขาดประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลติดต่อกันสามครั้งโดยไม่มีเหตุผล อันสมควร
(8) สภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีมติให้พ้นจากตำแหน่งเพราะมีความประพฤติ ในทางที่จะนำมาซึ่งความ เสื่อมเสีย หรือก่อความไม่สงบเรียบร้อยแก่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือ กระทำการอันเสื่อมเสียประโยชน์ของสภา องค์การบริหารส่วนตำบลโดยมีสมาชิกสภาองค์การ บริหารส่วนตำบลจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิก ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เข้าชื่อเสนอ ให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบลพิจารณา และมติดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อย กว่าสามในสี่ ของจำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
(9) ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลได้ลงคะแนนเสียง ให้พ้นจากตำแหน่งตามกฎหมาย เกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงให้สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง
เมื่อมีกรณีสงสัยว่าสมาชิกภาพ ของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลผู้ใด สิ้นสุดลงตาม (4) (5) (6) หรือ (7) ให้นายอำเภอสอบสวนและวินิจฉัยโดยเร็ว คำวินิจฉัยของ นายอำเภอให้เป็นที่สุด
ในกรณีที่สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลผู้ใดสิ้นสุดลงตาม (8) ผู้นั้นอาจอุทธรณ์หรือ โต้แย้งมติของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลไปยังผู้ว่าราชการ จังหวัดได้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สภาองค์การ บริหารส่วนตำบลมีมติโดยระบุข้อโต้แย้งและ ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายประกอบด้วย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสอบสวน และวินิจฉัยโดยเร็ว ในกรณีดังกล่าวยังไม่ต้องดำเนินการตามมาตรา 14 ซึ่งได้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา 47 จนกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้มีคำวินิจฉัยแล้ว
ในกรณีที่สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสิ้นสุดลงตาม (9) พร้อมกัน ให้ถือว่าเป็นการยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
(มาตรา 47 ทวิ มาตรา 47 ตรี เพิ่มเติมโดยมาตรา9 ของ พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542)
     มาตรา 48 สภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีประธานสภาและรองประธานสภาคน หนึ่งซึ่งเลือกจากสมาชิกสภา องค์การบริหารส่วนตำบลให้นายอำเภอแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลตามมติของ สภาองค์การบริหารส่วนตำบล
     มาตรา 49 ประธานและรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีวาระการ ดำรงตำแหน่งคราวละสองปีนับ แต่วันที่ได้รับเลือกเป็นประธานหรือรองประธานสภาองค์การ บริหารส่วนตำบล
     มาตรา 50 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานและรองประธานสภา องค์การบริหารส่วนตำบลพ้น จากตำแหน่งเมื่อ
(1) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายอำเภอ ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าพ้นจาก ตำแหน่งนับแต่วันลาออก
(2) พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลตามมาตรา 12 ซึ่งได้ นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม ตามมาตรา 47
(3) ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร
     มาตรา 51 เมื่อตำแหน่งประธานหรือรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอก จากครบวาระให้มีการเลือกประธานหรือรองประธานสภาองค์การ บริหารส่วนตำบลแทนตำแหน่งที่ว่างภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง และให้ผู้ซึ่งได้ รับเลือกแทนนั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่ง ตนแทน
     มาตรา 52 ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีหน้าที่ดำเนินการประชุมให้ เป็นไปตามข้อบังคับการ ประชุมที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีหน้าที่กระทำกิจการแทนประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล เมื่อประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่ อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือตามที่ประธานสภาองค์การ บริหารส่วนตำบลมอบหมาย
เมื่อประธานและรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลไม่อยู่ในที่ประชุม ให้ สมาชิกสภาองค์การบริหาร ส่วนตำบลที่มาประชุมเลือกกันเองเป็นประธานในการประชุมคราวนั้น
     มาตรา 53 ในปีหนึ่งให้มีสมัยประชุมสามัญสองสมัย หรือหลายสมัยแล้วแต่สภาองค์การบริหารส่วนตำบลจะ กำหนด แต่ต้องไม่เกินสี่สมัย วันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีให้ สภาองค์การบริหารส่วนตำบลกำหนด
การประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลครั้งแรก ต้องกำหนดให้สมาชิกได้มา ประชุมภายในสี่สิบห้าวันนับแต่ วันเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
สมัยประชุมสามัญสมัยหนึ่ง ๆ ให้มีกำหนดไม่เกินสิบห้าวัน แต่ถ้าจะ ขยายเวลา ออกไปอีกจะต้องได้รับอนุญาต จากนายอำเภอ
     มาตรา 54 ให้ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นผู้เรียกประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลตามสมัย ประชุม และเป็นผู้เปิดหรือปิดประชุม
ในกรณีที่ยังไม่มีประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล หรือประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลไม่เรียก ประชุมตามกฎหมาย ให้นายอำเภอเป็นผู้เรียกประชุม และเป็น ผู้เปิดหรือปิดประชุม
     มาตรา 55 นอกจากสมัยประชุมสามัญแล้ว เมื่อเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ขององค์การบริหารส่วน ตำบล ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ประธาน กรรมการบริหาร หรือสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล มีจำนวนไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ อาจทำคำร้องยื่นต่อ นายอำเภอขอให้เปิด ประชุมวิสามัญ ให้นายอำเภอพิจารณา ถ้าเห็นสมควรก็ให้นายอำเภอเรียกประชุมวิสามัญได้
สมัยประชุมวิสามัญให้กำหนดไม่เกินสิบห้าวัน แต่ถ้าจะขยายเวลาออกไปอีก จะต้องได้รับอนุญาตจาก นายอำเภอ
     มาตรา 56 การประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลต้องมีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม
ให้นำบทบัญญัติตามมาตรา 18 วรรคสองและวรรคสาม มาใช้บังคับกับการ ประชุมสภาองค์การบริหารส่วน ตำบลด้วยโดยอนุโลม
     มาตรา 57 ให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบลเลือกสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคนหนึ่งเป็นเลขานุการ องค์การบริหารส่วนตำบล
สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งได้รับเลือกเป็นเลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนตำบลตามวรรคหนึ่ง จะดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารในขณะเดียวกันอีกมิได้
เลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการและการจัดการประชุมและงานอื่นใดตาม ที่สภาองค์การบริหารส่วนตำบลมอบหมาย
 
ส่วนที่ 2 คณะกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล

     มาตรา 58 คณะกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลประกอบด้วยประธานกรรมการบริหารคนหนึ่งและ กรรมการบริหารจำนวนสองคน ซึ่งสภาองค์การบริหาร ส่วนตำบลเลือกจากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล แล้วเสนอให้นายอำเภอแต่งตั้ง
ให้ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเลขานุการคณะกรรมการบริหารการประชุมและการดำเนินงานของคณะ กรรมการบริหารให้เป็นไปตามระเบียบ ของกระทรวงมหาดไทย
(ความเดิมในมาตรา 58 ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนแล้ว โดยมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การ บริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542)
     มาตรา 59 คณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) บริหารกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบลให้เป็นไปตามมติข้อบังคับและ แผนพัฒนาตำบล และรับผิดชอบ การบริหารกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบลต่อสภา องค์การบริหารส่วนตำบล
(2) จัดทำแผนพัฒนาตำบลและงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อเสนอให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบลพิจารณา ให้ความเห็นชอบ
(3) รายงานผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายเงินให้สภาองค์การบริหารส่วน ตำบลทราบอย่างน้อยปีละสองครั้ง
(4) ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ทางราชการมอบหมาย
     มาตรา 60 ให้ประธานกรรมการบริหารเป็นผู้แทนขององค์การบริหารส่วนตำบล
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรง ตำแหน่งประธานกรรมการบริหารหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ได ให้คณะกรรมการ บริหารแต่งตั้งกรรมการบริหารคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน
ในกรณีที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ หรือคำสั่งใด แต่งตั้งให้ประธานกรรมการบริหารเป็น กรรมการหรือให้มีอำนาจหน้าที่อย่างใด ให้ผู้รักษาราชการแทนทำหน้าที่กรรมการหรือมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียว กับประธานกรรมการบริหารในระหว่างรักษา ราชการแทนด้วย
     (มาตรา 61 มาตรา 62 และมาตรา 63 ถูกยกเลิกโดยมาตรา 11 ของ พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วน ตำบล (ฉบับ 3) พ.ศ.2542)
     มาตรา 64 กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) ถึงคราวออกตามอายุของสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
(2) มีการยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
(3) สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสิ้นสุดลงพร้อมกัน ตามมาตรา 47 ตรี (9)
(4) ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้คณะกรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 92
(5) คณะกรรมการบริหารลาออก และในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่คณะกรรมการบริหาร มีมติลาออก
(6) ความเป็นกรรมการบริหารของประธานกรรมการบริหารสิ้นสุดลง
(7) สภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
(8) สภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีมติไม่รับหลักการแห่งร่างข้อบังคับ งบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือร่างข้อ บังคับงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่คณะกรรมการบริหารเสนอและผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบด้วยกับสภาองค์การ บริหารส่วนตำบลหรือสภาองค์การ บริหารส่วนตำบลไม่รับหลักการแห่งร่างข้อบังคับงบประมาณดังกล่าว ด้วยคะแนน เสียงไม่น้อยกว่า สองในสามของจำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
ในกรณีที่มีคณะกรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งตาม (1) (2) (3) (5) (6) (7) หรือ (8) คณะกรรมการบริหารนั้น ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินกิจการต่อไปจนกว่าคณะกรรมการ บริหารที่แต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่
เมื่อคณะ กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งตาม (4) (5) (6) (7) หรือ (8) ให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบลเลือก สมาชิกสภาองค์การ บริหารส่วนตำบลเป็นคณะกรรมการบริหาร ขึ้นใหม่ แล้วเสนอให้นายอำเภอแต่งตั้งภายในสิบห้า วันนับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง และถ้าพ้นกำหนดเวลาสิบห้าวันแล้วไม่อาจแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารดังกล่าว ได้โดยมีสาเหตุสำคัญจาก สภาองค์การบริหารส่วนตำบล ให้นายอำเภอเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาสั่งยุบสภา องค์การบริหารส่วนตำบล
เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบลตามวรรคสามหรือ กรณีที่คณะกรรมการบริหารพ้น จากตำแหน่งตาม (2) หรือ (3) และนายอำเภอเห็นว่าการให้คณะกรรมการบริหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามวรรคสอง ดำเนินกิจการต่อไป จะเป็นการเสียหาย แก่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือราชการ นายอำเภอจะสั่งให้คณะกรรมการ บริหารนั้นพ้น จากหน้าที่และแต่งตั้งบุคคลที่เห็นสมควรเป็นประธานกรรมการบริหารคนหนึ่งและกรรมการบริหาร จำนวนสองคนประกอบเป็นคณะกรรมการบริหาร เพื่อดำเนินกิจการชั่วคราวจนกว่า คณะกรรมการบริหารที่แต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ก็ได้
ในระหว่างที่ไม่มีคณะกรรมการบริหาร ให้ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทำหน้าที่ของประธานกรรมการบริหาร เท่าที่จำเป็นได้เป็นการชั่วคราว จนกว่าคณะกรรมการ บริหารที่แต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่
(ความเดิมในมาตรา 64 ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนแล้วโดยมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การ บริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542)
     มาตรา 64 ทวิ นอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 64 แล้ว ความเป็นกรรมการบริหาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ
(1) พ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
(2) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายอำเภอ ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าพ้นจาก ตำแหน่งนับตั้งแต่วันลาออก
(3) ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 92
(4) สภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
(5) ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลได้ลงคะแนนเสียงให้พ้นจากตำแหน่งตามกฏหมาย เกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงให้สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง
ในกรณีที่สมาชิกภาพของกรรมการบริหารผู้ใดสิ้นสุดลงตาม (4) ผู้นั้นอาจ อุทธรณ์หรือโต้แย้งมติของสภา องค์การบริหารส่วนตำบลไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดได้ภายใน สิบห้าวันนับแต่วันที่สภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีมติ โดยระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือ ข้อกฎหมายประกอบด้วย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสอบสวนและวินิจฉัยโดยเร็ว ในกรณีดังกล่าว ยังไม่ต้องดำเนินการเลือกกรรมการบริหารแทนตำแหน่งที่ว่างจนกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้มี คำวินิจฉัยแล้ว
(มาตรา 64 ทวิ เพิ่มเติมโดยมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542)
     มาตรา 65 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและกรรมการ บริหารเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

เกี่ยวกับ พรบ อบต. หน้า 1      หน้า 2      หน้า 3       หน้า 4       หน้า 5      รู้จักบทบาทหน้าที่ อบต.  อำนาจ อบต.      กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

สำนักงานประสานงานวิชาการ มูลนิธิการพัฒนาพื้นฐาน เลขที่ 100/22 ถ.อาจณรงค์ เขตคลองเตย กทม.10110
ติดต่อสอบถามทั่วไป มูลนิธิการพัฒนาพื้นฐาน
โทรศัพท์ (089) 689-5465   E-mail: thaiinfo@yahoo.com