|
แถลงการณ์
ภาคประชาชน เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษ
ตามที่รัฐบาลรักษาการณ์ได้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษ
โดยรัฐบาลได้มีมติคณะรับมนตรีเมื่อวันที่
11
มกราคม 2548
รับหลักการของร่างกฎหมายดังกล่าว
และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาอยู่ในขณะนี้
เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าว
ขัดต่อเจตนารมณ์และสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ นับตั้งแต่มาตราที่
1
ที่บัญญัติว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว
จะแบ่งแยกไม่ได้
และยังล่วงละเมินต่ออำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ และอำนาจบริหาร
หลักการถ่วงดุลระหว่างอำนาจทั้ง 3
ส่วน สร้างผลกระทบต่อหลักการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
หลักสิทธิและเสรีภาพของประชาชน หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน
ยิ่งกว่านั้นกฎหมายฉบับนี้
เป็นเครื่องมือในการโอนถ่ายอำนาจของประชาชน
ไปสู่อำนาจของคณะบุคคลหรือบุคคลเพียงคนเดียวที่จะใช้อำนาจ
แสวงหาประโยชน์ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด
เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนและภาคประชาสังคม
ดังมีรายชื่อแนบท้ายของเอกสารฉบับนี้ได้ร่วมกันวิเคราะห์ร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษโดยละเอียดรอบด้านในหลายมิติ
และมีความเห็นร่วมกันว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะส่งผลกระทบในด้านต่างๆ
ดังต่อไปนี้
1.
ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่เป็นเพียงการจัดตั้งพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ
แต่เป็นการรวบอำนาจการบริหารประเทศ
ที่มีรากฐานความคิดผูกขาดอำนาจการปกครองประเทศ
ซึ่งขัดกับหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
ซึ่งมีทิศทางมุ่งการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
เป็นเสมือนรัฐอิสระที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายใดๆ ของประเทศไทย
กลายเป็นสภาพรัฐซ้อนรัฐ
2.
กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจแก่เขตเศรษฐกิจพิเศษในการถอนสภาพที่ดินสาธารณาะทุกประเภท
ไม่ว่าจะเป็นป่าสงวน อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ไปถึงที่ธรณีสงฆ์
ซึ่งอาจรวมไปถึงที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้มาเป็นสมบัติของเอกชนเพื่อการแสวงหาผลประโยชน์ได้โดยไม่จำกัด
3.
กฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษนำไปสู่การละเมิดพระราชอำนาจ
เนื่องจากให้อำนาจแต่เขตเศรษฐกิจพิเศษหรือ คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจพิเศษ
ในการแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทางนิติบัญญัติของรัฐสภา
รวมทั้งให้อำนาจในการตัดสิน บังคับคดี โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทางตุลาการ
4.
ร่างกฎหมายฉบับนี้
ให้อำนาจและสิทธิพิเศษแก่นักลงทุนต่างชาติ ในการลงทุนในทุกๆ
ด้านอย่างไร้ขอบเขต
เป็นช่องทางในการประกอบธุรกิจที่ยังไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย
ทั้งในด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และบริการ เช่น บ่อนกาสิโน การปลูกพืช
(จีเอ็มโอ) การบริการด้านการเงิน ฯลฯ
ซึ่งเท่ากับเป็นการยินยอมตามข้อเรียกร้องที่อยู่ในการเจรจาตั้งเขตการค้าเสรี
(FTA)
5.
ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ปฎิเสธการใช้ หรือ
ยกเว้นการใช้กฎหมายสำคัญๆ
ของไทยเกือบทุกฉบับที่เป็นอุปสรรคในการแสวงหาประโยชน์
ในทุกพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น
กฎหมายอุทยานแห่งชาติ กฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ กฎหมายชลประทานราษฎร์
กฎหมายแรงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายผังเมือง กฎหมายที่ดิน
พระราชบัญญัติสงฆ์
6.
กฎหมายนี้
ยังละเมิดสิทธิและเสรีภาพพื้นฐานของคนไทยในด้านต่างๆ
และรวมไปถึงการละเมินสิทธิของแรงงานต่างด้าวอีกด้วย
ดังนั้น เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนและภาคประชาสังคม
มีข้อเรียกร้อง ดังนี้
1.
รัฐบาลต้องยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี วันที่
11
มกราคม 2548
ที่รับหลักการร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษ
2.
รัฐบาลต้องยึดมั่นต่อแนวทางการกระจายอำนาจ
และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดการพัฒนาท้องถิ่นและการพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง
3.
รัฐบาลต้องเคารพต่อหลักการความโปร่งใสในการกำหนดนโยบายสาธารณะ
|