|
 |
นายเหรียญ
นิจรัญ
ตัวแทนท้องถิ่นคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(กกถ.) เปิดเผยว่า จากการที่ทางกระทรวงอุตสาหกรรม
โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)
ได้พยายามผลักดัน พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ
และทางรัฐบาลก็ได้นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดเชียงรายเมื่อไม่นานที่ผ่านมา
โดยมีมติให้ผ่านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้
ตนในฐานะตัวแทนท้องถิ่นซึ่งจะได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนในเรื่องนี้
จึงต้องลุกขึ้นมาคัดค้านเพราะหากให้อำนาจเขตเศรษฐกิจพิเศษมากจนเกินไปจะส่งผลเสียหลายด้านมากกว่าผลดี
ซึ่งตัวอย่างในเรื่องนี้มีให้เห็นจำนวนมาก
|
ทั้งเรื่องที่จะประกาศเกาะช้างให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะทำให้ อปท.
บนเกาะช้างหมดอำนาจหน้าที่ลง
แล้วปล่อยให้คณะกรรมการเขตพิเศษมาควบคุมแทนการบริหารไม่สนใจที่จะเน้นพัฒนาความกินดีอยู่ดีให้กับชาวบ้านในพื้นที่จะมุ่งเน้นในเรื่องธุรกิจจนทำให้วิถีชีวิตท้องถิ่นสูญสิ้นไปในอนาคต
และในเรื่องนี้ตนจะทำหนังสือยื่นต่อ กกถ.เพื่อนำเรื่องนี้มาพิจารณาและดำเนินการแก้ไขต่อไป
เพราะเรื่องนี้จะกระทบกับอปท.โดยตรงทั่วประเทศ
ด้านนางรังสี
พันธุมจินดา
ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(สกถ.)
เปิดเผยว่า ในเรื่องนี้ทางตัวแทนท้องถิ่นสามารถนำมายื่นให้กับทาง สกถ.เพื่อนำเสนอให้ประธาน
กกถ.นำมาพิจารณาได้
โดยอาจจะเป็นการพิจารณาไว้รอท้วงติงกับรัฐบาลชุดใหม่ก่อนที่จะนำร่างดังกล่าวเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร
แต่ในส่วนของทาง สกถ.ยังไม่สามารถให้ความเห็นอะไรได้
ทั้งนี้เพราะในเรื่องนี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ทำหนังสือมาสอบถามความคิดเห็นของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
ซึ่งในส่วนของ สกถ.ก็ตอบในนามของสำนักงานสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สลค.)
โดยได้ท้วงในเรื่องที่จะมีผลกระทบหากมีการประกาศพื้นที่เองโดยไม่มีการสำรวจร่วมกัน
ทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ อปท.ในแต่ละพื้นที่ที่จะถูกประกาศทับซ้อน
นางรังสี
เปิดเผยต่ออีกว่า นอกจากนี้ทางกระทรวงการคลังและหน่วยงานอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นก็ได้ทำหนังสือตอบข้อสอบถามความคิดเห็นไปโดยส่วนใหญ่ท้วงติงเกือบทั้งหมด
รวมทั้งเมื่อไม่นานมานี้ทางกลุ่มนักวิชาการต่างๆ
ก็ได้มีการจัดประชุมสัมมนาขึ้นและได้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางในเรื่องนี้
แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรมากกว่านี้ได้
คงต้องปล่อยให้ท้องถิ่นรวมตัวกันเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไปในรัฐบาลสมัยหน้า
ที่มา นสพ. สยามรัฐรายวัน- 20/1/2548
|