"เครือข่ายนวัตกรรม ชุมชนท้องถิ่น  เพื่อการพัฒนายั่งยืน  "Thailand Local Initiaitves"    

 สนับสนุนโดย มูลนิธิการพัฒนาพื้นฐาน

สรุปงานสัมมนาระดับชาติเรื่อง การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

วันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2547 ณ.โรงแรมเชียงใหม่ ภูคำ จ.เชียงใหม่  

สาระสำคัญของการสัมมนามีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องความสำคัญของการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของป่าในประเทศไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของป่ามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการเรียนรู้ของชุมชนในพื้นที่ป่าและใกล้เคียง  การจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เป็นการมองป่าเป็นเพียงต้นไม้ทำให้ขาดการประสานในหลายๆ ด้าน วิทยาการป่าไม้จำกัดอยู่แค่การจัดการต้นไม้   “ความไม่รู้” กลายเป็นอุปสรรคในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ  “ความไม่รู้” เป็นอันตรายซึ่งจะแก้ไขได้ด้วยการประสานงาน  ใช้ความรู้และข้อมูลจากทุกฝ่ายรวบรวมมาดูและร่วมมือกัน  เชื่อมโยงเรื่องป่า-น้ำ-อากาศ ภูมิศาสตร์  และอื่นๆ   “วัฒนธรรมการเรียนรู้ต้องเอามาทำให้เข้าใจกัน”  ที่ผ่านมาสิทธิชุมชนเกิดได้จากการต่อสู้ของผู้ทรงสิทธิ์ทั้งหลาย ต่อไปชุมชนท้องถิ่นต้องพัฒนาการเรียนรู้ว่าชุมชนต่างๆ (รวมถึงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่า อุทยาน) ไม่ใช่ของใครของคนนั้น ชุมชนต่างๆ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของฐานทรัพยากรป่าเขตร้อน    ต้องมีการผนึกกำลังให้เกิดเครือข่ายชุมชนในฐานะที่มีฐานทรัพยากรเดียวกันมีความปรองดองกัน   ความเก่า “ดั้งเดิม” ไม่ใช่ดูแค่อายุชุมชน ต้องสืบค้นถึงความเป็นมา และวิถีชีวิตของคน (ชุมชนที่ถูกรัฐย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ยังรักษาวัฒนธรรมและวิถีชุมชนของเดิมไว้ เพียงเปลี่ยนที่ตั้งชุมชนแล้วจะถือว่าเป็นชุมชนใหม่ไม่ได้)   

การแปลงสิทธิให้เป็นทุน แตกต่างกับการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ถ้าเข้าใจสิทธิชุมชน  สร้างเศรษฐกิจพอเพียงได้  ผู้ทรงสิทธิต้องเรียนรู้การใช้สิทธิชุมชนให้เป็นทุนของชุมชน 

            ผู้แทนจากจากกรมป่าไม้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  และภาคีองค์กรชาวบ้าน  ได้แลกเปลี่ยนประเด็นหลายเรื่องในห้องเสวนาย่อยทั้ง 5 ห้องในเรื่องต่างๆ เช่น ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อม หลักการจัดการสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลและร่วมจัดการสิ่งแวดล้อม   การสนับสนุนให้เอาทรัพยากรและทุนทางสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน การปฎิรูปสังคมอย่างมีส่วนร่วม  การสนับสนุนการทำงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี่สารสนเทศ  การกำหนดมาตรฐานส่งแวดล้อมโดยคำนึงถึงการดำเนินชีวิตประชาชน    

            ภาพรวมปัญหาที่พบในการทำงานจัดการสิ่งแวดล้อม ได้แก่ หน่วยงานหลายฝ่ายยังไม่ให้ความสำคัญ / ข้อมูลมีไม่ครบทำให้วางงบประมาณไม่ได้/ หน่วยงานท้องถิ่นไม่พร้อมรับโอนการกระจายอำนาจร่วมทั้งภาครัฐกระจายอำนาจบนความไม่พร้อม  ทั้งนี้มีภารกิจจำนวนมากที่ท้องถิ่นต้องรับถ่ายโอน แต่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ยังไม่พร้อมในด้านความรู้  งบประมาณเพื่อการสนับสนุนมีไม่พอ  การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมมือและรับทราบมีน้อย 

            ยุทธศาสตร์ในการทำงานนโยบายไปสู่การปฎิบัติ  คือ  ท้องถิ่นต้องมีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการงานที่ได้รับการถ่ายโอนทุกด้าน มีแผนงาน มีระเบียบการทำแผนพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ และสร้างเครือข่าย  ผู้บริหารได้มาจากการเลือกตั้งประชาชนต้องติดตามการทำงาน    

ท้องถิ่นต้องเข้าใจภาพรวมบทบาทและหน้าที่ของตนเอง   มีการสร้างกิจกรรมส่งเสริมจิตสำนึกประชาชนรักห่วงใยทรัพยากรธรรมชาติ   ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม      การพูดคุยกันหลายๆ ครั้งจะทำให้เกิดความเข้าใจในการทำงานร่วมกันมากขึ้น โดยการทำเวทีชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านขยายผลอย่างกว้างขวาง  ส่งเสริมกลุ่มอาชีพ-วัฒนธรรมพื้นบ้านทำให้เกิดกลุ่มแล้วการร่วมมือจะเกิดตามมา ควรมีกฎหมายให้ท้องถิ่นตั้งงบสนับสนุนงานได้อย่างชัดเจน ต้องมีกฎหมายลูกมาสนับสนุนการปฎิบัติงาน ควรนำหลักการของรัฐต้องนำมาแปรสู่การปฏิบัติการ ที่ไม่มีผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชน             

สาระการประชุม(บางส่วน) สรุปภาพรวมว่าตัวอย่างโครงการที่นำเสนอในห้องประชุมย่อย มีปัจจัยที่ส่งเสริมความสำเร็จ คือ ภาคปฎิบัติต้องรู้ข้อมูล ผู้ที่มาประชุมต้องไปสื่อสารให้กลุ่มและเครือข่ายรับทราบ / การมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนต้องเกิดขึ้นจากการพูดคุยหลายๆ ครั้ง ให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน  / ต้องมองทุกฝ่ายอย่างเป็นมิตรให้ความร่วมมือกัน / มีทัศนคติที่ดีต่อกัน / มีเครือข่ายร่วมมือกัน  / นำองค์ความรู้ในเรื่องสารสนเทศ เทคโนโลยี่มาใช้ไม่มุ่งเน้นแค่ในมหาวิทยาลัยมาถ่ายทอดความรู้ ควรมีการรวบรวมองค์ความรู้จากชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน และนำมาใช้จริงๆ / มองเรื่องความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมชาติต้องนำมาแปรให้เป็นความเข้าใจ ประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหา /  ใช้ท้องถิ่น (อบต.) เป็นที่ประสานงานกลาง
นางมณฑิพย์  ศรีรัตนา ทาบูกานอน อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมหารือกับคุณวิเศษ ยาคล้าย กรรมการบริหารสมาคมอบต. และคุณสมพงษ์ พัดปุย  ผู้ประสานงานโครงการไลฟ์ ในการสัมมนาครั้งนี้ทางสมาคม อบต.มีข้อเสนอเพื่อทำงานพัฒนาท้องถิ่น  เข้าร่วมการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับภาคีทุกฝ่าย (เอกสารประกอบ)

รายงาน - นส.วันเพ็ญ สิริยงสวัสดิ์  มูลนิธิการพัฒนาพื้นฐาน

สำนักงานประสานงานวิชาการ มูลนิธิการพัฒนาพื้นฐาน เลขที่ 100/22 ถ.อาจณรงค์ เขตคลองเตย กทม.10110
ติดต่อสอบถามทั่วไป มูลนิธิการพัฒนาพื้นฐาน
โทรศัพท์ (089) 689-5465   E-mail: thaiinfo@yahoo.com