|
สำนักงานบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
(องค์การมหาชน) หรือ สปท. ได้จัดการประชุมหารือแนวความคิด
เรื่ององค์การบริหารส่วนตำบลกับการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
เพื่อสร้างความเข้าใจในนโยบายการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนกับองค์การบริหารส่วนตำบล
และให้สามารถอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในเขตพื้นที่ให้ได้รับโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน
จัดในวันที่ 25 เมษายน 2548 ณ.โรงแรมพาวิลเลี่ยน ริมแคว รีสอร์ท
จังหวัดกาญจนบุรี รายละเอียดโดยย่อมีดังนี้
แนวความคิดการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
โดย นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
(องค์การมหาชน) หรือ สปท. มีสาระสำคัญดังนี้คือ
นโยบายแปลงสินทรัพย์เป็นทุนเป็นกระบวนการที่จะพัฒนาอาชีพ
ความเจริญมั่นคงของผู้เข้าร่วมโครงการ โดยมีสถาบันการเงินมาร่วมสนับสนุน
ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยการหาสินทรัพย์มาวางค้ำประกัน
พี่น้องประชาชนต้องมีโครงการที่จะทำให้เกิดการพัฒนา
มีอนาคตดีต่อครอบครัวและชุมชน แล้วมาเสนอกับ สปท.
เมื่อโครงการได้เงินมาผลักดันทำให้โครงการเกิดเป็นจริง เช่น
โครงการเพาะเห็ดโคน ที่กาญจบุรี เห็ดโคนมีราคาดี
เป็นที่ต้องการและส่งออกได้ รู้ว่าเห็ดโคนจะหาซื้อพันธุ์ได้ที่ไหน
ถ้าผ่านสองขั้นตอนแล้วธนาคารรับโครงการให้กู้ ดำเนินการได้
แต่ถ้ายังไม่ผ่านก็มาพิจารณาว่ามีสินทรัพย์อะไรมาวางค้ำ เช่น
การเอาโฉนดที่ดินมาค้ำจะไม่ถือเป็นการเข้ากระบวนการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
แต่เป็นการกู้ธรรมดากับธนาคาร
กรณีไม่ใช่เข้ากระบวนการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน แต่ถ้าเป็น เอกสารสิทธิ์
คือ สปก
4-01
ซึ่งเป็นสินทรัพย์ด้อยโอกาสที่สถาบันการเงินไม่รับค้ำประกันในบางธนาคาร
ถ้าเอามาเข้ากระบวนการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนได้ ธนาคารออมสินรับไว้
สรุปคือ สปท.จะมองสินทรัพย์ด้อยค่าและด้อยโอกาส
เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงิน สรุปคือ
คนเข้าโครงการต้องมีความพร้อม
3
อย่าง 1) มีโครงการเสนอ 2)
ผู้เสนอมีความพร้อมในการทำให้เกิดผลจริง และ 3)
โครงการมีความเป็นไปได้ มีสินทรัพย์ที่พร้อมเอามาแปลงเป็นทุน
เมื่อเข้ากระบวนการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนจะมีการทำข้อตกลง เช่น
การจ่ายคืนเงินต้น ระยะเวลาคืนเงิน ฯลฯ ตามความสามารถของแต่ละโครงการ
ซึ่งแตกต่างจากระบบธนาคารทั่วไป
สิ่งที่ สปท ทำอยู่ในขณะนี้ และคิดจะทำ มีอะไรบ้าง
1.
เน้นการอบรมให้ความรู้กับผู้จะเข้าร่วมโครงการ
เป็นการสอนวิธีการจับปลาให้เขา
2.
การขยายประเภทสินทรัพย์ที่จะเข้าเข้าโครงการ เช่น
ที่ผ่านมาดูแต่ขนาดที่ดินมีเท่าไร ทำเลที่ไหน ทาง สปท.
กำลังจะพิจารณาว่า บนดินปลูกอะไรอยู่ มีสิ่งใดในพื้นที่ หรือ
ใต้ดินมีอะไรอยู่ สิ่งเหล่านี้ต้องคิดถึงว่ามีราคาเท่าไร
3.
สปท. จะช่วยคิดว่า
ประเภทสินทรัพย์ใดที่จะมาใช้เป็นหลักทรัพย์ได้ เช่น สัญญาจะซื้อจะขาย
ประกาศนียบัตร เรือประมง ใบประกอบอาชีพต่างฯ ฯลฯ
มาเป็นสินทรัพย์เป็นทุนได้ไหม
ตัวอย่าง SML
ทำโครงการโรงสีขนาดเล็กแล้ว ยังขาดทุนในการดำเนินการ ซื้อวัตถุดิบ
ก็เอาโรงสีมาแปลงสินทรัพย์เป็นทุนได้ เป็นต้น
เหล่านี้เป็นการต่อยอดงานในชุมชนให้เกิดความต่อเนื่องและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่
สินทรัพย์ทางปัญญาเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีค่าลงทุนน้อย
แต่คนไทยยังไม่ให้ความสนใจ เช่น ยางพารา
ไทยปลูกต้นยางผลิตน้ำยางส่งมาเลเซีย แล้วไปซื้อสายพาน
ซื้อสินค้าแปรรูปกลับมา ถามว่าทำไมคนไทยไม่เพิ่มมูลค่าน้ำยาง
ตั้งโรงงานและผลิตสินค้าส่งออกเอง
ที่ผ่านมาคนไทยมุ่งขายแรงงานไม่ได้นำภูมิปัญญาที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์
เพิ่มมูลค่า สิ่งที่ติดขัดคือ
เราไม่รู้ว่าอะไร คือ ภูมิปัญญา
ซึ่งพอรู้แล้วก็ติดขัดว่าจะไปจดสิทธิ์อย่างไร
ดังนั้นสำนักงานบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนจึงเกิดขึ้นมาเพื่อช่วยชุมชนในจุดนี้
อีกเรื่องคือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นอีกอย่างหนึ่งที่สร้างงาน
สร้างเงินได้ กล่าวคือ ถ้าไปซื้อมีดเล่มหนึ่ง ไม่ระบุอะไร
ราคาก็จะระดับหนึ่ง แต่ถ้ามีการระบุว่าว่าเป็น มีดอรัญญิก
ก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น หรือ คนคิดว่า คนทุ่งกุลาร้องไห้ยากจนและแห้งแล้ง
แต่วันนี้มีข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ไทย ไปขายที่ฝรั่งเศส
ราคาดีกว่าข้าวหอมจากอินเดีย เพราะมีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ
เหล้าบรั่นดี กับไวท์ เป็นแอลกอฮอล์เหมือนกัน
แต่บรั่นดีเป็นชื่อของแคว้นในฝรั่งเศส ที่มีสิ่งบ่งชี้ว่า
องุ่นที่เอามาทำเหล้าของที่นี่ดีที่สุด เป็นต้น สรุปว่า
ที่กล่าวมานี้เป็นแนวคิดในการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
มุ่งเป้าหมายไปข้างหน้า
ไม่ต้องการมั่งคั่งร่ำรวยให้ทุกคน แต่คาดหวังโครงการพัฒนาภาพรวม
สร้างประเทศไทยให้ดีขึ้น แนวคิดนี้ปลูกฝังได้โดยการหาเครือข่ายพันธมิตร
สร้างพันธมิตรทางการศึกษา
คือ มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช จะเอาคนที่จบอะไรมาก็ได้เข้ามาเรียน
หลักสูตรการบริหารโครงการ กับ มสธ. เมื่อจบได้ประกาศนียบัตร
ที่ได้จะเอามาเรียน ป.ตรี ได้ กรมส่งเสริมการเกษตร จะออกทุนให้เรียน
2,400 คนแรก ปี 2548-2549
ในระหว่างนี้อยู่ในระหว่างการร่างหลักสูตรนี้
สปท. จะเข้าไปร่วมจัดหลักสูตร คือ
เรื่องการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนจะเป็นวิชาหลัก 1
ใน 8 วิชาของหลักสูตร
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า สิ่งแรกที่คนได้รับคือความรู้
และสามารถเอาความรู้มาทำโครงการเกิดสินค้าและมีการทำตลาดให้สินค้า
เกิดผู้ประกอบที่ครบวงจร
สร้างพันธมิตรทางการเงิน
สปท.หาแหล่งเงินทุนจาก ธกส. ธนาคารออมสิน ฯลฯ
อนาคตมีแนวคิดที่จะไปร่วมมือกับสหกรณ์ฯ
ให้สหกรณ์ดูแลการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
เรื่องนี้กำลังพูดคุยเพราะถ้าทำผลีผลามจะสร้างความเสียหายกับประเทศไทย
จึงต้องมีการหารือในรายละเอียดกับหลายฝ่าย ต้องมีการควบคุมคุณภาพ
ควบคุมระบบ และควบคุมการดำเนินการให้ดี
สิ่งที่ สปท คิดจะทำร่วมกับ อบต. คืออะไร
ทาง สปท. ยินดีร่วมกับสมาคม อบต.ในการทำงาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้
สมาคม อบต. เพื่อให้ทางสมาคมฯ สามารถทำงานแก้ปัญหาให้สมาชิกได้
โดยไม่เอาการเมืองมาเกี่ยวข้อง
ผลที่ได้จากการทำงานจะเป็นสิ่งที่ประชาชนเป็นคนตัดสิน
องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) วันนี้เป็นหน่วยสำคัญที่สุด
ที่จะมาช่วยคัดกรองคนที่มีคุณภาพมาเข้าโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน เช่น
อบต. ช่วยรวมกลุ่มให้ชาวบ้าน หรือ อบต.
มาประชุมวันนี้แล้วกลับไปเป็นวิทยากรในพื้นที่ถ่ายทอดความเข้าใจเรื่องการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนมากยิ่งขึ้น
หรือ อบต. ทำโครงการขึ้นมา เสนอกับ สปท.
สิ่งเหล่านี้เป็นแนวความคิดที่จะมาพูดคุยกันวันนี้
2.
สิ่งที่จะทำต่อไปให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน
สิ่งที่ทาง สปท. และสมาคม อบต.
จะได้พูดคุยกันในการประชุมวันนี้ สปท. คาดหวังว่าจะมีข้อเสนอวิธีการ
และแนวทางในการทำงานร่วมกัน เช่น หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกัน
การประสานงานกับองค์กรอื่นๆ อย่างไร
เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่กว้างขวาง มีแหล่งทุน มีตลาดรองรับสินค้า
เป็นต้น ตัวอย่าง สปท. คุยกับธนาคารอิสลามฯ
ได้รายชื่อสินค้าประเทศต่างๆ ต้องการมา
เมื่อทำโครงการก็มีแหล่งทุนจากธนาคาร มีตลาดที่รองรับสินค้าชัดเจน
ทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินทุนได้ วันนี้ สปท. มาเล่าให้ฟัง
เป็นการสร้างความเข้าใจเบื้องต้น
แต่การเดินงานต่อต้องเป็นเรื่องของแต่ละคน
แต่ละกลุ่มที่จะมาดำเนินการตามความต้องการ
คุณนที เล่าว่า มีคำถามว่า อบต.
จะแปลงสินทรัพย์เป็นทุนได้หรือไม่ คำตอบ คือ ได้ ยกตัวอย่างเช่น
หนังสืออนุญาตแผงลอย ที่ อบต.ออกให้กับแม่ค้า หรือ ออกใบประกอบต่างๆ
เอาระบบประปาหมู่บ้านมาแปลงเป็นทุน การจดสิทธิบัตรทางการค้า
เหล่านี้เข้ากระบวนการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนได้ หรือ อบต.
เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงช่วยติดตามสนับสนุน หรือ เป็นวิทยากรให้ความรู้
เหล่านี้สามารถเกิดได้ ทาง สปท. ยินดีร่วมมือ กับ อบต. เป็นรายภาค
รายพื้นที่ (จังหวัด) หรือ เป็นกลุ่มเป้าหมาย ฯลฯ
เพื่อให้เห็นว่าจะเกิดการพัฒนาต่อไปได้อย่างไรบ้าง
ทางผู้แทนสมาคม อบต. ที่เข้าร่วมการหารือในการประชุมวันนี้
จะได้นำข้อมูลไปพูดคุยกับสมาชิกสมาคมฯ ต่อไป ที่ฟังมาวันนี้ ได้ทราบว่า
การแปลงสินทรัพย์เป็นทุนนี้ ได้ให้คำจำกัดความสินทรัพย์
ต่างจากแบบที่สถาบันการเงินใช้
เรื่องนี้จะเพิ่มโอกาสให้พี่น้องประชาชนในการเข้าถึงแหล่งทุน ทางอบต.
จะได้ไปประสานงานให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ หรือ
มีการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์ที่เหมาะสมมากขึ้นในการประกอบอาชีพ
เพื่อก่อให้เกิดการลงทุนในชุมชน อบต. จะเป็นผู้ประสานงานระดับหนึ่ง
เช่น เรื่องการจดสิทธิประโยชน์ต่างๆ
ท้องถิ่นจะรักษาสิ่งที่มีอยู่ให้เป็นสิทธิประโยชน์ต่อลูกหลานในอนาคตข้างหน้า
ความเห็นส่วนหนึ่งจากที่ประชุม
สำนักงานประสานงานวิชาการ มูลนิธิการพัฒนาพื้นฐาน
เลขที่ 100/22 ถ.อาจณรงค์ เขตคลองเตย กทม.10110
ติดต่อสอบถามทั่วไป มูลนิธิการพัฒนาพื้นฐาน
โทรศัพท์ (089)
689-5465
E-mail:
thaiinfo@yahoo.com
|